หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

ดำเนินการผลิตยางแท่งจากยางแห้ง

สาขาวิชาชีพผลิตภัณฑ์ยางพารา


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ RUB-YDNU-131A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ ดำเนินการผลิตยางแท่งจากยางแห้ง

3. ทบทวนครั้งที่ /

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

อาชีพผู้ปฏิบัติงานผลิตยางแท่ง 

ISCO-08    1311 หัวหน้าแผนกผลิตผลิตภัณฑ์ยาง/ผู้จัดการโรงงานผลิตยางแผ่น

                  2145 ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยียาง

 



6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยสมรรถนะนี้เกี่ยวข้องกับอาชีพผู้ปฏิบัติงานผลิตยางแท่ง โดยผู้ที่ผ่านหน่วยสมรรถนะนี้ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด การอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง การอัดแท่งและประเมินสมบัติเบื้องต้น

7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)
กลุ่มวิชาชีพผลิตภัณฑ์ยางพารา สาขาแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา

9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)
N/A

10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)
1) คู่มือมาตรการยางเอสทีอาร์ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร2) ISO 2000 Natural Rubber (NR) Specifications 

11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
BS431

ดำเนินการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด

1. อธิบายขั้นตอนการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด

BS431.01 224402
BS431

ดำเนินการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด

2. ควบคุมขั้นตอนการรีดแผ่นเครพ และการปรับระยะระหว่างลูกกลึ้ง 

BS431.02 224403
BS431

ดำเนินการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด

3. ควบคุมขั้นตอนการตัดย่อยและการปรับขนาดการตัดย่อยชิ้นยาง

BS431.03 224404
BS431

ดำเนินการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด

4. ควบคุมการล้างทำความสะอาดและการทำให้สะเด็ดน้ำ

BS431.04 224405
BS431

ดำเนินการรีดแผ่นเครพ ตัดย่อย และล้างทำความสะอาด

5. ประเมินความสะอาดและขนาดของชิ้นยาง

BS431.05 224406
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

1. อธิบายขั้นตอนการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

BS432.01 224407
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

2. กระจายยางในกระบะอบให้สม่ำเสมอ

BS432.02 224408
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

3. ควบคุมอุณหภูมิและเวลาในการอบ 

BS432.03 224409
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

4. เป่าลมไล่ความชื้น

BS432.04 224410
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

5. ตรวจสอบความชื้นระหว่างการอบ

BS432.05 224411
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

6. ตรวจสอบจุดขาวหลังการอบเพื่อประเมินความสุกของเนื้อยาง

BS432.06 224412
BS432

ดำเนินการอบไล่ความชื้นในเนื้อยาง

7. ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมในยาง

BS432.07 224413
BS433

ดำเนินการอัดแท่ง

1. อธิบายกระบวนการอัดแท่ง

BS433.01 224414
BS433

ดำเนินการอัดแท่ง

2. เตรียมยางตามน้ำหนักบรรจุ 

BS433.02 224415
BS433

ดำเนินการอัดแท่ง

3. อัดยางลงในแม่พิมพ์ 

BS433.03 224416
BS434

ประเมินสมบัติยางแท่งจากยางแห้งในเบื้องต้น

1. ตรวจสอบขนาด รูปทรง และน้ำหนักตามมาตรฐาน

BS434.01 224417
BS434

ประเมินสมบัติยางแท่งจากยางแห้งในเบื้องต้น

2. ตรวจสอบการปนเปื้อนของยางแท่งประเภทโลหะและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ

BS434.02 224418

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A

13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1)    มีทักษะการประเมินคุณภาพยางก้อนถ้วยเบื้องต้น

2)    มีทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือตัดย่อย และล้างทำความสะอาดยาง

3)    มีทักษะเกี่ยวกับประเมินความสะอาดของยางหลังจากการล้าง

4)    มีทักษะเกี่ยวกับการประเมินความแห้งของเนื้อยาง

5)    มีทักษะทางด้านการสื่อสาร

 

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1)    มีความรู้เรื่องการประเมินคุณภาพยางก้อนถ้วย

2)    มีความรู้เรื่องการใช้เครื่องมือเครื่องจักรในกระบวนการผลิตตามหลักการทำงาน

3)    มีความรู้เรื่องการประเมินคุณภาพและสมบัติของวัตถุดิบเบื้องต้น

4)    มีความรู้เรื่องหลักการผสมยางเพื่อปรับสมบัติของยางแท่ง

5)    มีความรู้เรื่องการใช้เครื่องอบยาง

6)    มีความรู้เรื่องการประเมินคุณภาพยางแท่งหลังจากการอบ

7)    มีความรู้เรื่องการอัดแท่งก้อนยาง

 


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

  หลักฐานที่ต้องการจะเป็นแนวทางในการกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมินและควรใช้เป็นเอกสารประกอบการประเมินร่วมกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) ทักษะและความรู้ที่ต้องการ

    (ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

1)    หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

2)    หลักฐาน/หนังสือรับรองการทำงาน หรือผ่านงานที่ออกโดยหน่วยงานที่เชื่อถือได้

3)    แฟ้มสะสมงาน (ถ้ามี)

4)    เอกสารรับรองการผ่านการอบรม หรือ เอกสารรับรองประสบการณ์ทำงาน

    (ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1)    หลักฐานคุณวุฒิการศึกษา

2)    หลักฐานการผ่านการอบรม หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการ

3)    ผลการสอบข้อเขียน

4)    ผลการสอบสัมภาษณ์/ปฏิบัติ

    (ค) คำแนะนำในการประเมิน

1)    ผู้ประเมินจะต้องดำเนินการตรวจประเมินความรู้เกี่ยวกับหน่วยสมรรถนะย่อยที่รับการพิจารณา

2)    หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงหน่วยสมรรถนะนี้ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกำหนดของหน่วยสมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงานในหน่วยสมรรถนะนี้ โดยหลักฐานต้องแสดงถึง

    - ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้อง

    - วิธีการปฏิบัติงานในกระบวนการผลิต กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    - ขอบเขตด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    (ง) วิธีการประเมิน

1)    การสอบข้อเขียน

2)    การสอบสัมภาษณ์

3)    การสอบปฏิบัติ

 


15. ขอบเขต (Range Statement)

       อธิบายถึงการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยสมรรถนะนี้ระบุตามคู่มือมาตรการยางเอสทีอาร์ ตามเอกสารของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร การปรับปรุงรูปแบบและพัฒนาการผลิตยางธรรมชาติมีหลายวี และการผลิตยางชนิดที่ เรียกว่า “ยางแท่ง” หรือยางที่ผลิตโดยระบุคุณภาพมาตรฐาน (Technically Specified Rubber) เป็นการผลิตแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมของผู้ใช้ยางทั่วไป ประเทศไทยได้เริ่มการผลิตยางแท่งเมื่อปี พ.ศ. 2511 เรียกว่า ยางแท่งทีทีอาร์ (Thai Tested Rubber, TTR) โดยมีสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในมาตรฐานควบคุมการผลิตและการทดสอบ เพื่อรับรองคุณภาพซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล ISO 2000 Natural Rubber (NR) Specifications และตามข้อตกลงของ International Rubber Association (IRA)

        ในปี พ.ศ. 2526 สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ประกาศปรับปรุงข้อกำหนดขีดจำกัดค่าปริมาณความชื้น และค่าปริมาณไนโตรเจน แม้ว่ายางแท่งภายใต้ชื่อ “ทีทีอาร์” จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านคุณภาพที่ดีและเหมาะสมกับการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ยางต่าง ๆ ก็ตาม ยังมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงมาตรการของยางแท่งไทย เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับภาวะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางปัจจุบัน สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินการจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากภาคเอกชนผู้ประกอบการผลิตและค้ายางแท่ง และจากภาคราชการ กลุ่มนักวิชาการผู้ปฏิบัติงานรับผิดชอบการทดสอบและควบคุมคุณภาพยางแท่ง ผลการประชุมมีมติเห็นชอบในการปรับปรุงการกำหนดชั้น ขีดจำกัดสมบัติต่าง ๆ และเปลี่ยนชื่อเรียกจากยางแท่งทีทีอาร์ เป็นยางแท่งเอสทีอาร์ (Standard Thai Rubber, STR) ตามมาตรฐานสากล ที่มีการระบุรายละเอียดด้านการจัดเกรด และสมบัติต่าง ๆ อย่างชัดเจน

        ยางแท่ง คือ ยางที่ผ่านการย่อยเป็นชิ้นเล็ก ๆ และอบให้แห้งด้วยความร้อน แล้วจึงอัดเป็นแท่ง เป็นยางที่มีการกำหนดมาตรฐาน คุณสมบัติทางเทคนิคตามกระบวนการวิทยาศาสตร์

            การผลิตยางแท่ง สามารถผลิตได้ทั้งจากน้ำยางหรือยางแห้งที่จับตัวแล้ว เช่น ยางก้อนถ้วย 

ยางแผ่น ฯลฯ หลักสำคัญของการผลิตยางแท่ง คือ การตัดย่อยก้อนยางให้เป็นเม็ดหรือชิ้นเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว ล้างสิ่งสกปรกออก นำยางไปอบแห้ง และอัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมให้มีน้ำหนัก 33.33 กิโลกรัม ต่อก้อนหรือมีขนาดตามต้องการ

         ยางแท่ง มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานมีการคัดเลือกวัตถุดิบที่ได้คุณภาพ ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย สะอาด ลดขนาดให้ได้ ตามที่กำหนดจากนั้น เข้าสู่กระบวนการอบยางให้สุกในอุณหภูมิที่เหมาะสม เข้าสู่กระบวนการอัดแท่ง ชั่งน้ำหนักให้ได้ตามที่กำหนด จนถึงการบรรจุภัณฑ์ ยางจะผ่านกระบวนการทดสอบด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ให้ผลทดสอบที่มีความแม่นยำสูง

         ยางแท่ง แบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ คือ STR10, STR20, STR 5L และ STR CV เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าอื่น ๆ เช่นเดียวกับยางแผ่นรมควัน กล่าวคือ อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์เป็นผู้ใช้รายใหญ่ คุณสมบัติของ ยางแท่ง STR 20 โดยทั่วไป สามารถใช้ทดแทนกันได้กับยางแผ่นรมควัน ชั้น 3

      ยางแท่ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีที่ได้มาตรฐาน เริ่มต้นด้วยการสรรหาและควบคุมวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะเข้ากระบวนการผลิต จนกระทั่งผลิตเสร็จ และมีการทดสอบ คุณภาพด้วยห้องทดลองที่มีมาตรฐาน ซึ่งให้ผลทดสอบที่มีความละเอียดแม่นยำสูง รวมไปถึงกระบวนการขนส่งที่รับประกันได้ว่าสินค้าทั้งหมดส่งถึงมือลูกค้าตรงตามความต้องการ เงื่อนไข และมาตรฐานที่กำหนด 

ยางแท่งเกรดที่ผลิตมาจากยางแห้ง คือ

     - Standard Thai Rubber 10 (STR 10) 

     - Standard Thai Rubber 20 (STR 20) 

     - Standard Thai Rubber 10CV (STR 10CV) 

     - Standard Thai Rubber 20CV (STR 20CV) 

          กระบวนการผลิตยางแท่งที่ผลิตจากยางแห้ง มีการนำยางแผ่นดิบ ยางก้อนถ้วย และเศษยาง มาผสมกัน จำเป็นต้องมีการควบคุมด้านความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเกือบทุก ๆ ขั้นตอนจะต้องอาศัยน้ำฉีดชะล้างอย่างมาก เริ่มจากการนำยางดังกล่าวมาแช่น้ำให้ยางเกิดการพองตัว และสิ่งสกปรกในยางหลุดออก และเกิดการตกตะกอน จากนั้นผ่านกระบวนการล้าง ในขณะที่ผ่านการรีดด้วยเครื่องเครพ และระหว่างกระบวนการย่อยยางเป็นชิ้นเล็ก ๆ ด้วยเครื่องแกรนูเลเตอร์ด้วย ยางแท่งที่ผลิตจากยางแห้งจะเป็นยางแท่งคุณภาพต่ำกว่ายางแท่งที่ผลิตจากน้ำยาง และสีที่่ได้จะมีลักษณะสีน้ำตาล

       ยางแท่งความหนืดคงที่ (Constant Viscosity Rubber) เป็นยางธรรมชาติที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์ที่ต้องการควบคุมความหนืดของยางที่ใช้ในการแปรรูป เช่น อุตสาหกรรมยางท่อ อุตสาหกรรมทำกาว ยางแท่งความหนืดคงที่มี 3 เกรด คือ STR 5CV STR 10CV และ STR 20CV มีการปรับความหนืดให้สม่ำเสมออยู่ที่ 37-39 หน่วยมูนี่ โดยเติมสารเคมีควบคุมความหนืดในกลุ่ม Monofunctionaldehydic Condensing Reagents ลงไปทำปฏิกิริยากับอนุมูลหมู่อัลดีไฮด์ เพื่อป้องกันการเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโครงสร้างโมเลกุลยาง ที่เป็นสาเหตุให้ความหนืดเพิ่ม เรียกว่า Storage-hardening ส่งผลให้ค่าความอ่อนตัวแรกเริ่มของยางดิบ (P0) สูงขึ้น สารปรับความหนืดที่นิยมใช้กันคือ Hydroxylamine Hydrochloride เพราะราคาถูก และหาซื้อง่าย ใช้ในรูปของเกลือที่ละลายในน้ำ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมี 2 แบบ คือ น้ำยาง และยางก้อนจับตัว ในน้ำยางจะใส่ Hydroxylamine Hydrochloride ในปริมาณ 0.15% โดยน้ำหนัก ส่วนในยางก้อนจับตัวจะใส่ในปริมาณ 0.4% โดยน้ำหนัก แล้วแช่ไว้ 16 ชั่วโมง จึงนำยางมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูป และเพื่อปรับปรุงสมบัติและป้องกันการติดของยางแท่ง จะมีการเติมน้ำมันละหุ่งลงไป 0.7% โดยน้ำหนัก ลงไปในน้ำยางแล้วกวน หรือสเปรย์ไปบนยางที่ย่อยแล้วในกรณียางก้อนจับตัว

 


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)
N/A

17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)
N/A

18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

1)    ประเมินโดยใช้แบบทดสอบเขียน

2)    ประเมินโดยการสัมภาษณ์ตามแบบทดสอบที่กำหนดไว้

3)    ประเมินโดยการสอบปฏิบัติ

4)    ประเมินจากหลักฐานอื่นๆ เช่น หนังสือ/เอกสารรับรองการผ่านการอบรม หนังสือรับรองการทำงาน/ผ่านงาน โดยต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการสอบสัมภาษณ์ 

5)    ประเมินจากการปฏิบัติงานจริง

 



ยินดีต้อนรับ