หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

แปลความต้องการทางธุรกิจเป็นฟังก์ชันงานระบบคอมพิวเตอร์

สาขาวิชาชีพบริการสุขภาพ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ HLT-JKSL-503A

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ แปลความต้องการทางธุรกิจเป็นฟังก์ชันงานระบบคอมพิวเตอร์

3. ทบทวนครั้งที่ 1 / 2564

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

2511 นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์



6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยนี้ครอบคลุมระดับพื้นฐานที่จำเป็นในการสนับสนุนงานระบบสารสนเทศทางการแพทย์

7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)
นักวิเคราะห์ระบบสารสนเทศทางการแพทย์

9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)
2512 นักพัฒนาซอฟต์แวร์2513 นักพัฒนาเว็บไซต์และสื่อผสม2514 โปรแกรมเมอร์2519 นักวิเคราะห์และพัฒนาซอฟต์แวร์และโปรแกรมประยุกต์ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น2521 นักออกแบบและผู้บริหารฐานข้อมูล 

10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์. (ฉบับที่2) พ.ศ. 2560- คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย

11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
MBA0301

วิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญหา / ความต้องการทางธุรกิจ

1.1 วิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจ และลำดับขั้นตอนของงานแต่ละรูปแบบ และปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของงาน

MBA0301.01 175749
MBA0301

วิเคราะห์ความต้องการทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญหา / ความต้องการทางธุรกิจ

1.2 สรุปผลลัพธ์การวิเคราะห์เชิงธุรกิจในรูปแบบที่เหมาะสม

MBA0301.02 175750
MBA0302

ระบุและจัดทำข้อกำหนดด้านการทำงานสำหรับอินพุต / เอาต์พุตอินเทอร์เฟซและกระบวนการผลิตโดยใช้เครื่องมือที่เลือก

2.1 สรุปและจัดทำข้อกำหนดการทำงานสำหรับข้อมูลอินพุต และ เอาต์พุตในการเชื่อมต่อระบบ และกระบวนการทำงานของระบบโดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม

MBA0302.01 175751
MBA0302

ระบุและจัดทำข้อกำหนดด้านการทำงานสำหรับอินพุต / เอาต์พุตอินเทอร์เฟซและกระบวนการผลิตโดยใช้เครื่องมือที่เลือก

2.2 อธิบายการเชื่อมโยงของข้อมูล และการนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

MBA0302.02 175752
MBA0303

ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับความต้องการในการทำงานด้วยกิจการที่เกี่ยวข้อง

3.1 ตรวจสอบความถูกต้องของความต้องการทางธุรกิจ เพื่อหาข้อขัดแย้งกับกระบวนการทำงาน

MBA0303.01 175753
MBA0303

ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับความต้องการในการทำงานด้วยกิจการที่เกี่ยวข้อง

3.2 นำเสนอแนวทางแก้ไขข้อขัดแย้งของกระบวนการทำงานกับความต้องการทางธุรกิจ

MBA0303.02 175754
MBA0304

แนะนำโซลูชันทางธุรกิจตามความต้องการใช้งานที่ผู้ใช้งานระบุ

4.1 วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบทางธุรกิจ

MBA0304.01 175755
MBA0304

แนะนำโซลูชันทางธุรกิจตามความต้องการใช้งานที่ผู้ใช้งานระบุ

4.2 สรุปความต้องการเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับรูปแบบทางธุรกิจ

MBA0304.02 175756
MBA0304

แนะนำโซลูชันทางธุรกิจตามความต้องการใช้งานที่ผู้ใช้งานระบุ

4.3 เลือกเทคโนโลยีให้ตรงกับความต้องการของรูปแบบทางธุรกิจ

MBA0304.03 175757
MBA0305

ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของซัพพลายเออร์ที่ตอบสนองความต้องการด้านการทำงานถ้าจำเป็นต้องใช้

5.1 ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดว่าสามารถตอบสนองตามความต้องการ

MBA0305.01 175758
MBA0305

ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของซัพพลายเออร์ที่ตอบสนองความต้องการด้านการทำงานถ้าจำเป็นต้องใช้

5.2 นำผลิตภัณฑ์จากซัพพลายเออร์ที่ตอบสนองความต้องการมาทดสอบการใช้งานว่าตรงตามความต้องการจริง

MBA0305.02 175759
MBA0306

รับข้อเสนอแนะและรวบรวมลายเซ็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของข้อกำหนดด้านฟังก์ชันการทำงานที่ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ

6.1 ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดว่าสามารถตอบสนองตามความต้องการ

MBA0306.01 175760
MBA0306

รับข้อเสนอแนะและรวบรวมลายเซ็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของข้อกำหนดด้านฟังก์ชันการทำงานที่ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ

6.2 นำผลิตภัณฑ์จากซัพพลายเออร์ที่ตอบสนองความต้องการมาทดสอบการใช้งานว่าตรงตามความต้องการจริง

MBA0306.02 175761

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

1.    มีความรู้ด้านธุรกิจการแพทย์

2.    มีความรู้และคุ้นเคยกับฟังก์ชันการทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันขององค์กรด้านการแพทย์


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1. วิเคราะห์และตีความหมายลำดับขั้นของงานแต่ละรูปแบบในเชิงธุรกิจ

2. แยกแยะรูปแบบได้ตรงตามความต้องการของธุรกิจ

3. สรุปผลลัพธ์จากการวิเคราะห์รูปแบบเชิงธุรกิจ

4. วิเคราะห์รูปแบบของเทคโนโลยีที่ใช้กับธุรกิจ

5. วิเคราะห์เทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของรูปแบบทางธุรกิจ

6. เลือกประเภทของเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับรูปแบบทางธุรกิจ

7. วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบทางธุรกิจ

8. สรุปความต้องการเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับรูปแบบทางธุรกิจ

9. เลือกเทคโนโลยีให้ตรงกับความต้องการของรูปแบบทางธุรกิจ

10. ความสามารถในการนำเสนองานได้สอดคล้องกับความต้องการของเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบทางธุรกิจ

11. ความสามารถในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

12. ความสามารถด้านเทคโนโลยีเชิงธุรกิจ

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1. ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจ 

2. ความรู้ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ

3. ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานของเทคโนโลยี

4. ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานทางธุรกิจ

5. ความรู้ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ

6. ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของเทคโนโลยีที่ตรงกับรูปแบบทางธุรกิจ

7. ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานทางธุรกิจ

8. ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานของเทคโนโลยีแต่ละรูปแบบ

9. ความรู้ด้านเทคโนโลยีเชิงธุรกิจ

10. ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคในการนำเสนอ


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

     หลักฐานที่ต้องการจะกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมิน และควรที่จะใช้ประกอบร่วมกันกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) และ ทักษะ-ความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

     1. ผลการบันทึกรายการจากการสังเกต

     2. ผลการบันทึกความคิดเห็นของหัวหน้างาน

     3. ผลจากการปฏิบัติงาน

    4. เอกสาร/หลักฐานที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

     1. ผลจากสัมภาษณ์และหรือ

     2. ผลจากทดสอบความรู้

(ค) คำแนะนำในการประเมิน

     ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการประเมินที่ครอบคลุมในทุกสมรรถนะย่อยขอบเขตความรู้และทักษะที่กำหนดในกรณีที่ผู้รับการประเมินผ่านไม่ครบตามเกณฑ์กำหนดผู้ประเมินต้องแจ้งหน่วยสมรรถนะและสมรรถนะย่อยที่ไม่ผ่านให้ผู้รับการประเมินไปทบทวนสมรรถนะที่ยังไม่ผ่านและสามารถกลับมาทดสอบสมรรถนะใหม่อีกครั้ง

(ง) วิธีการประเมิน

     1. เจ้าหน้าที่สอบทำการประเมินความรู้ผู้เข้ารับการประเมินโดยใช้แบบทดสอบความรู้ข้อเขียน

     2. เจ้าหน้าที่สอบทำการประเมินการสาธิตการปฏิบัติงานจริงโดยใช้แบบบันทึกรายการจากการสังเกตและเอกสารหลักฐานที่จำเป็นในการปฏิบัติงานต่างๆ หรือ

     3. เจ้าหน้าที่สอบทำการประเมินการสัมภาษณ์โดยใช้แบบบันทึกการสัมภาษณ์


15. ขอบเขต (Range Statement)

1.   ลำดับขั้นของงานแต่ละรูปแบบในเชิงธุรกิจแสดงในรูปแบบของรายงาน

2.   รูปแบบความต้องการของธุรกิจได้ตามที่กำหนดของขอบเขตงาน    

3.   ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์รูปแบบเชิงธุรกิจได้ตรงตามรูปแบบของงาน    

4.   รูปแบบของเทคโนโลยีจะต้องตรงกับความต้องการกับขอบเขตของธุรกิจ

5.   เลือกเทคโนโลยีได้เหมาะสมกับรูปแบบทางธุรกิจที่ได้มาตรฐานสากล

6.   ข้อมูลเทคโนโลยีต้องตรงกับขอบเขตของงานที่กำหนด

7.   เทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจที่เชื่อถือ

8.   เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบทางธุรกิจ ตรงตามมาตรฐาน

9.   เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบทางธุรกิจตรงกับขอบเขตของงานที่กำหนด

10.  ข้อมูลเทคโนโลยีตรงกับความต้องการกับรูปแบบทางธุรกิจ ตามขอบเขตของงานที่กำหนด

11.  ตัวอย่างเทคนิคสากลการสร้างแบบจำลองในการวิเคราะห์    

•  Prototyping

•  Structure Analysis

     o Data flow diagram (DFD)    

     o Context diagram        

     o Entity relationship diagram (ERD)

•  Object-oriented Analysis        

     o Unified Model Language (UML)


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)
ไม่ระบุ

17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)
ไม่ระบุ

18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

สมรรถนะอาจได้รับการประเมินผ่าน

•    การสอบข้อเขียน

•    การสัมภาษณ์

โดยสมรรถนะอาจจะได้รับการประเมินในที่ทำงานหรือในสถานที่ทำงานจำลองที่มีการจัดตั้งขึ้น



ยินดีต้อนรับ