หน่วยสมรรถนะ

หน่วยสมรรถนะ

มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานเยาวชน เยาวชน และจริยธรรมในการทำงานร่วมกับเยาวชน

สาขาวิชาชีพธุรกิจบริการ


รายละเอียดหน่วยสมรรถนะ


1. รหัสหน่วยสมรรถนะ PET-EWHS-063B

2. ชื่อหน่วยสมรรถนะ มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานเยาวชน เยาวชน และจริยธรรมในการทำงานร่วมกับเยาวชน

3. ทบทวนครั้งที่ /

4. สร้างใหม่ ปรับปรุง

5. สำหรับชื่ออาชีพและรหัสอาชีพ (Occupational Classification)

ผู้ทำงานกับเยาวชน


1 3412 ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานสังคมสงเคราะห์

6. คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
ผู้ผ่านหน่วยสมรรถนะนี้ เป็นผู้ต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานเยาวชน การทำงานกับเยาวชน และรักษามาตรฐานทางจริยธรรมและหลักการปกป้องคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกับเยาวชน มีความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก และหลักการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีความหมาย ต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมที่เยาวชนกำลังเผชิญอยู่ สามารถสื่อสารกับเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจสิทธิพื้นฐานของเยาวชน และตระหนักถึงแนวทางที่พึงปฏิบัติและไม่พึงปฏิบัติ เมื่อมีส่วนร่วมกับเยาวชน ตลอดจนกรอบกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการส่งเสริมความเสมอภาค ความเคารพ และสิทธิเยาวชน

7. สำหรับระดับคุณวุฒิ
1 2 3 4 5 6 7 8

8. กลุ่มอาชีพ (Sector)
ผู้ทำงานกับเยาวชน

9. ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)
N/A 

10. ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)
-    อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก -    พ.รบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546-    พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560-    พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไข้ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2545-    พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559

11. สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)
หน่วยสมรรถนะย่อย (EOC) เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน (Performance Criteria) รหัส PC
(ตามเล่มมาตรฐาน)
รหัส PC
(จากระบบ)
10111 แสดงความเข้าใจงานเยาวชน

1.ระบุองค์ประกอบสำคัญของงานเยาวชนและค่านิยมงานเยาวชน

10111.01 212290
10112 แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของเยาวชน

1.ส่งเสริมเยาวชนให้มีความเข้าใจและความสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

10112.01 212296
10112 แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของเยาวชน

2.มีส่วนร่วมกับเยาวชนอย่างมีความเข้าใจ ในการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม

10112.02 212297
10113

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักจริยธรรมและหลักการปกป้อง คุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับงานเยาวชน

1.นำหลักจริยธรรมและการปกป้องคุ้มครอง มาใช้ในการทำงานร่วมกับงานเยาวชน

10113.01 212300
10113

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักจริยธรรมและหลักการปกป้อง คุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับงานเยาวชน

2.ส่งเสริมความเข้าใจในหมู่ผู้ทำงานกับเยาวชน เกี่ยวกับสิ่งที่พึงปฏิบัติและไม่พึงปฏิบัติเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเยาวชน

10113.02 212301
10113

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักจริยธรรมและหลักการปกป้อง คุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับงานเยาวชน

3.ส่งเสริมความเท่าเทียมในหมู่เยาวชน และเคารพสิทธิของตนเอง

10113.03 213840
10114

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสิทธิขั้นพื้นฐานของเยาวชน

1.ระบุสิทธิเยาวชนตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

10114.01 212306
10114

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสิทธิขั้นพื้นฐานของเยาวชน

2.ประยุกต์ใช้หลักการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเยาวชนในการทำงานกับเยาวชน 

10114.02 212307
10114

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในสิทธิขั้นพื้นฐานของเยาวชน

3.ส่งเสริมเยาวชนให้สามารถบรรลุความต้องการพื้นฐาน 

10114.03 212632
10115
แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจแนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก 

1.ระบุองค์ประกอบสำคัญสำหรับการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก

10115.01 213841
10116

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจหลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีความหมาย

1.ประยุกต์ใช้หลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชน

10116.01 213842
10116

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจหลักการสำคัญของการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีความหมาย

2.ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย รวมถึงการสนับสนุนให้เยาวชนแสดงออกและทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาตนเอง

10116.02 213843
10117

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในกรอบกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องสำหรับการทำงานร่วมกับเยาวชน

1.ระบุกรอบกฎหมายและระเบียบที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกับเยาวชน

10117.01 213844

12. ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

N/A 


13. ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

(ก) ความต้องการด้านทักษะ

1.    ทักษะในการประยุกต์ใช้หลักจริยธรรมและหลักการการปกป้องคุ้มครองในงานเยาวชน

2.    ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น 

3.    ทักษะการสื่อสาร

(ข) ความต้องการด้านความรู้

1.    ความรู้เกี่ยวกับงานเยาวชน

2.    ความรู้เกี่ยวกับหลักจริยธรรมและหลักการปกป้องคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับงานเยาวชน

3.    ความรู้เกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานของเยาวชน

4.    ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเยาวชน ด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม

5.    ความรู้เกี่ยวกับความต้องการพื้นฐาน ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของเยาวชน

6.    ความรู้เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชน

7.    ความรู้เกี่ยวกับกรอบกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องสำหรับการทำงานร่วมกับเยาวชน


14. หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

(ก)    หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence)

1.  หลักฐานแสดงประสบการณ์การทำงานกับเยาวชน หรือ การทำงานที่เกี่ยวข้อง

2.  หลักฐานการผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

3.  ผลงาน/รางวัล จากการปฏิบัติงาน

(ข)    หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)

1.  หลักฐานการเรียน เช่น วุฒิการศึกษาแสดงการจบการศึกษาในหลักสูตร/คณะที่เกี่ยวข้องกับการ 

    ทำงาน หรือ

2.  หลักฐานการผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

(ค)    คำแนะนำในการประเมิน

-- N/A --

(ง)    วิธีการประเมิน

1.    ข้อสอบปรนัย

2.    ข้อสอบสัมภาษณ์


15. ขอบเขต (Range Statement)

  • เยาวชน องค์การสหประชาชาติใช้คำว่าเยาชน และคนหนุ่มสาวแทนกันได้ ซึ่งกำหนดช่วงอายุของเยาวชน คือ 15-24 ปี โดยเข้าใจว่าประเทศสมาชิกและหน่วยงานอื่นๆใช้คำจำกัดความที่แตกต่างกัน(United Nations, n.d.).

  • การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของเยาวชน  หมายถึง การเติบโตทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม โดยเยาวชนเป็นช่วงของการเติบโตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ นำมาซึ่งโอกาสและการพัฒนาศักยภาพให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ นับเป็นทศวรรษที่สองของชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะคือการพัฒนาทางสมองอย่างรวดเร็วและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และการรับรู้ ความเป็นอิสระและอิทธิพลจากเพื่อนที่มากขึ้น ในขณะเดียวกันมีความเสี่ยงและความเปราะบางในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น  การพัฒนาเยาวชนจึงควรมีการสร้างความยืดหยุ่น ทักษะ และความสามารถทางสังคมและอารมณ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการก้าวสู่ชีวิตผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีและมีประสิทธิภาพ (UNICEF, 2023)

  • หลักปฏิบัติด้านจริยธรรมในการทำงานกับเยาวชน ต้องมีการรักษาเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนและผู้ทำงานด้านเยาวชน โดยให้มีความคาดหวังที่ชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีจริยธรรม ความสัมพันธ์ที่ยอมรับและไม่ยอมรับได้ และขอบเขตการทำงานอย่างมืออาชีพสำหรับผู้ทำงาน หลักการนำทางในการติดต่อสื่อสารกับเยาวชนอย่างมีจริยธรรมรวมถึง ความเสมอภาค เสรีภาพ หน้าที่ในการดูแล ความโปร่งใส การรักษาความลับ ความร่วมมือ ความซื่อสัตย์ การตระหนักรู้ในตัวเอง ขอบเขต ความยุติธรรมทางสังคม และการมีส่วนร่วม (Corney, 2014).

  • ข้อกำหนดพื้นฐาน 9 ข้อ เพื่อการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม กระบวนการใดก็ตามที่่ต้องการให้วัยรุ่นมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ต้องปฏิบัติตาม 9 ข้อกำหนดเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพและมีความหมาย ดังต่อไปนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการมีส่วนร่วมนั้น ไม่ใช่การทำแบบพอเป็นพิธีมีการครอบงำ หรือไม่ปลอดภัยกับวัยรุ่น (UNICEF, 2023)                                   1)    โปร่งใสและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน  เข้าถึงได้ คำนึงถึงความหลากหลายและเหมาะกับอายุเกี่ยวกับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งวัตถุประสงค์และขอบเขตของโอกาสการมีส่วนร่วมที่มี   2)    เป็นไปโดยสมัครใจ เยาวชนไม่ควรถูกบังคับให้แสดงความคิดเห็น และต้องมีการแจ้งให้เยาวชนทราบว่าสามารถหยุดการมีส่วนร่วมได้ทุกเมื่อ                                                                           3)    ให้ความเคารพ ผู้ใหญ่จะต้องยอมรับ เคารพ และสนับสนุนความคิด การกระทำ และสิ่งที่เยาวชนทำเพื่อครอบครัว โรงเรียน วัฒนธรรม หรือสภาพแวดล้อมการทำงาน                                         4)    บริบทสอดคล้องกับตัวเด็ก เปิดให้เยาวชนได้มีโอกาสใช้ความรู้ ทักษะ และความสามารถและแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่สำคัญต่อตนเอง                                                                           5)    เป็นมิตรต่อเด็ก/เยาวชน สภาพแวดล้อมและวิธีการทำงานควรต้องสอดรับกับขีดความสามารถที่กำลังพัฒนาและความสนใจของเยาวชน                                                                                 6)    ไม่แบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ การให้โอกาสมีส่วนร่วมต้องรวมถึงกลุ่มเยาวชนชายขอบจากหลายกลุ่มอายุ เพศภาวะ ขีดจำกัดด้านความสามารถและที่มา                                                              7)    มีการพัฒนาศักยภาพรองรับ ผู้ใหญ่และเยาวชนควรต้องได้รับการอบรมและคำปรึกษาและมีพี่เลี้ยงในการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชน เพื่อให้สามารถทำหน้าที่วิทยากรและกระบวนกรได้               8)    คำนึงถึงความปลอดภัยและการลดความเสี่ยง การแสดงความคิดเห็นอาจมีความเสี่ยง เยาวชน ควรได้รับการช่วยเหลือในด้านการประเมินและบรรเทาความเสี่ยง และทราบว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครได้ถ้าต้องการ                                                                                                                                                                                                                                                         9)    ร่วมรับผิดชอบ เยาวชนควรจะต้องได้รับทราบอย่างชัดเจนว่าการมีส่วนร่วมของตนส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์อย่างไร และควรได้รับการสนับสนุนให้ส่งต่อข้อมูลนั้นกับเพื่อนเยาวชนด้วยกัน

  • หลักการปกป้องคุ้มครองเยาวชน รวมถึงมาตรการในการปกป้องกันเยาวชนให้ปลอดภัยจากอันตราย  พร้อมกับการดำเนินการเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดทางร่างกาย ทางเพศ และทางอารมณ์ และการปฏิบัติไม่ดีต่อเยาวชน การปกป้องคุ้มครองยังเกี่ยวข้องกับการให้ความยินยอมเมื่อมีส่วนร่วมกับเยาวชน กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของพี่เลี้ยง ผู้บริการ และศูนย์กลางในการดูแลเยาวชน และสร้างกลไกการส่งต่อสำหรับการสนับสนุนทางจิตใจและรูปแบบอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน (UNICEF, 2020)

  • สิทธิเยาวชน ครอบคลุมถึงสิทธิในการเข้าถึงเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต ซึ่งรวมถึงการป้องกันตัวจากการถูกกระทำความรุนแรงทางด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ และการปกป้องคุ้มครองตัวจากการแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการมีสิทธิในการมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเองและการศึกษา นอกจากนี้เยาวชนยังมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งสื่อที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตทางร่างกาย จิตใจ การปลูกฝังความรับผิดชอบ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ควรได้รับการเสริมพลังให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน เกิดจินตนาการถึงอนาคตที่สดใสหรือความปรารถนาที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้เยาวชนยังมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ให้ข้อเสนอแนะ ประเมินการตัดสินใจ และวิพากวิจารณ์ในเรื่องที่มีผลกระทบต่อตนเองในสังคม (Youth Assembly for Human Rights, 2016)

  • ความต้องการพื้นฐาน ถูกกำหนดไว้เป็นความต้องการที่สำคัญ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น ความต้องการทางกายภาพ จิตใจ อารมณ์ และสังคม ความต้องการเหล่านี้ได้รับการระบุตามคู่มือการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2566 – 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่แสดงถึงลักษณะของสังคมไทยที่พึงประสงค์ใน 5 หมวด ได้แก่ สุขภาพ มาตรฐานความเป็นอยู่ การศึกษา เศรษฐกิจ และการคุ้มครองทางสังคมและการมีส่วนร่วม ด้วยข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการพื้นฐานเหล่านี้ ประชาชนสามารถทราบสถานการณ์และปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยตนเอง รวมถึงสามารถเข้าถึงสวัสดิการและการสนับสนุนต่าง ๆ จากภาครัฐได้อย่างทันท่วงที (กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, 2565) 

  • การพัฒนาเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development: PYD) เป็นกรอบการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน มีความพยายามหลายครั้งในการจำแนกแนวคิดและหลักการการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก โดยสรุปมีหลักการนี้

    1)      เยาวชนทุกคนมีความสามารถโดยธรรมชาติในการเติบโตและการพัฒนาเชิงบวก

    2)    วิถีทางการพัฒนาเชิงบวกจะเป็นไปได้เมื่อเยาวชนได้รับการปลูกฝังอยู่ในความสัมพันธ์ บริบท และระบบนิเวศที่สนับสนุนการพัฒนาของเยาวชน

    3)    การส่งเสริมการพัฒนาที่เชิงบวกจะเป็นไปได้มากขึ้นเมื่อเยาวชนมีส่วนร่วมในความสัมพันธ์ บริบท และระบบนิเวศที่หลากหลายและเสริมสร้างที่มีคุณค่า

    4)    ชุมชนเป็นระบบการส่งมอบที่เหมาะสมและสำคัญสำหรับการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก

    5)    เยาวชนต้องเป็นตัวหลักในการพัฒนาของตนเอง (Benson et al., 2007).

  • การมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีความหมาย คือ การมีส่วนร่วมที่มี 1) พื้นที่ปลอดภัยและเวลาในการสร้างและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ 2) การให้ข้อมูลที่เหมาะสมเพื่อใช้ประกอบแนวความคิดและสามารถส่งเสียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ 3) ผู้ฟังที่ให้ความเคารพ และเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรับข้อเสนอแนะของเยาวชน ตลอดจนสามารถตอบสนองต่อมุมมองที่เสนอเหล่านั้นอย่างจริงจัง และ 4) การพิจารณามุมมองของเยาวชนอย่างเหมาะสมและเที่ยงธรรม อีกทั้งตอบกลับความคิดเห็นอย่างทันท่วงทีถึงผลลัพธ์และอิทธิพล ผลที่เกิดขึ้นจากความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว (UNICEF, 2023)

  • กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของเยาวชน 

        1) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC) คือ ข้อตกลงระหว่างประเทศที่จัดทำขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ ในปี พ.ศ. 2532 ซึ่งถือเป็นกฎหมายสากลทั่วโลก และประเทศไทยได้ให้สัตยาบันรับรองในปี พ.ศ. 2535 ที่รวมหลักการสำคัญ คือ การไม่เลือกปฏิบัติ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก โดยมีเนื้อหา 4 ด้าน คือ สิทธิในการอยู่รอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา และ สิทธิในการมีส่วนร่วม 

        2) พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 สาระสำคัญของ พรบ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เป็นกฎหมายที่มุ่งให้ความคุ้มครองแก่เด็กทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ รวมถึงการสงเคราะห์ การคุ้มครองสวัสดิการ การพัฒนาและฟื้นฟู โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ 

         3) พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งขาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มีสาระสำคัญ คือ มาตรา 6 กำหนดให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหน้าที่ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่อาจมีผลกระทบในทางลบต่อเด็ก และ มาตรา 22 สภาเด็กและเยาวชน กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนครอบคลุมทั้งระดับตำบล/เทศบาล อำเภอ และจังหวัด 

  • กฎหมายที่เกี่ยว ประกอบด้วยกรอบกฎหมาย ดังต่อไปนี้ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (1999) และการแก้ไขครั้งที่ 2 ของพ.ศ. 2545 (2002) พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 (2003) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 (2007) พระราชบัญญัติป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 (2016) และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 (2017) และอื่น ๆ

     


16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)
N/A 

17. อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)
N/A 

18. รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

1. ข้อสอบแบบปรนัย

2. ข้อสอบแบบสัมภาษณ์

 



ยินดีต้อนรับ