หน่วยสมรรถนะ

ติดตั้งสายกระจายใยแก้วนำแสง ระดับ 2

สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ สาขาการสื่อสารโทรคมนาคม(Telecommunication)

รายละเอียด

รหัสหน่วยสมรรถนะ

ICT-TLC-2-053ZB

ชื่อหน่วยสมรรถนะ

  ติดตั้งสายกระจายใยแก้วนำแสง (Install Optical Fiber Drop Cable) ระดับ 2

สร้างใหม่

  ✔

สำหรับชื่ออาชีพ และ รหัสอาชีพ (Occupational Classification)

  อาชีพช่างโครงข่ายปลายทางด้านเครือข่ายใยแก้วนำแสง

คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

  เป็นผู้ที่สามารถสำรวจพื้นที่ เส้นทางในการติดตั้ง เตรียมการติดตั้ง ติดตั้งสายกระจายใยแก้ว ต่อคอนเนคเตอร์ เข้าหัวคอนเนคเตอร์ และทดสอบคุณภาพสัญญาณ

สำหรับระดับคุณวุฒิ

  2

กลุ่มอาชีพ (Sector)

  ผู้ประกอบการวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและดิจิทัลคอนเทนต์

ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

  3521 ช่างเทคนิคด้านการแพร่ภาพกระจายเสียงและโสตทัศนูปกรณ์ 3522 ช่างเทคนิควิศวกรโทรคมนาคม 7422 ช่างติดตั้งและผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

  ไม่ระบุ

สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)

สมรรถนะย่อย

Element of Competency

เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน

Performance Criteria

20307.01 เตรียมการติดตั้ง

1.1 วางแผน หาแนวทางแก้ปัญหาและอุปสรรคในการติดตั้ง
1.2 เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ

20307.02 ต่อคอนเนคเตอร์สายกระจายใยแก้วนำแสง

2.1 ทำความสะอาดแล้วต่อคอนเนคเตอร์เข้าตู้พักปลายทาง
2.2 ทำความสะอาดแล้วต่อคอนเนคเตอร์เข้าที่กล่องพักสายหรืออุปกรณ์ปลายทาง

20307.03 เข้าหัวคอนเนคเตอร์

3.1 เผื่อสายกระจายใยแก้วนำแสงที่ปลายทั้งสองด้าน
3.2 เข้าหัวคอนเนคเตอร์ที่ปลายสายกระจายใยแก้วนำแสงทั้งสองด้าน

20307.04 ติดตั้งสายกระจายใยแก้วนำแสง

4.1 สวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลในการปฏิบัติงาน
4.2 ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย
4.3 กำหนดจุดปล่อยสาย
4.4 ติดตั้งสายไปตามเส้นทางอย่างปลอดภัย
4.5 ติดตั้งอุปกรณ์จับยึด
4.6 ยึดสายเข้ากับอุปกรณ์จับยึด
4.7 ติดตั้งสายภายในบ้าน

ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

  ไม่ระบุ

ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

  
(ก) ความต้องการด้านทักษะ 1. ทักษะในการกำหนดเส้นทางเดินสาย 2. ทักษะการเขียนแบบและประมาณการติดตั้ง 3. ความสามารถในการวางแผน หาแนวทางแก้ปัญหาและอุปสรรคในการติดตั้ง 4. ทักษะการใช้บันได เช่น การยกลงจากรถ การยกขึ้นยกลง การเคลื่อนย้าย การพาด การขึ้น การยืนปฏิบัติงาน การลง การเก็บ เป็นต้น 5. ทักษะความปลอดภัยในการปฏิบัติงานบนที่สูงและใกล้สายไฟฟ้า 6. ทักษะการติดตั้งสายกระจายใยแก้วนำแสง 7. ทักษะการเดินสายภายในอาคาร 8. ทักษะการเข้าหัวคอนเนคเตอร์แต่ละประเภท 9. ทักษะการใช้เครื่องมือ Optical Power Meter หรือ PON Power Meter วัดกำลังแสงและการสูญเสียของสัญญาณแสง (ข) ความต้องการด้านความรู้ 1. ความรู้เกี่ยวกับการอ่านรหัสตู้พักปลายทาง (ODP: Optical Distribution Point) 2. ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้ง 3. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเดินสายภายใน 4. ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการติดตั้งสายกระจายใยแก้วนำแสง 5. ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการติดตั้ง 6. ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 7. ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติและข้อกำหนดของสายกระจายใยแก้วนำแสง 8. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาดหัวคอนเนคเตอร์ 9. ความรู้เกี่ยวกับการใส่และถอดหัวคอนเนคเตอร์แต่ละชนิด 10. ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการเผื่อสาย 11. ความรู้เกี่ยวกับกำหนดการโค้งงอของสายกระจายใยแก้วนำแสง 12. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการวัดกำลังและการสูญเสียของสัญญาณแสง 13. ความรู้เกี่ยวกับวิธีการคำนวณค่าการสูญเสียของสัญญาณแสง และวิเคราะห์ประเมินคุณภาพสัญญาณ

หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

  
(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence) 1. ผลจากการทดสอบ (ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence) 1. ผลจากการทดสอบ
(ค) คำแนะนำในการประเมิน ผู้เข้ารับการประเมินต้องผ่านการประเมิน ที่ครอบคลุมในทุกสมรรถนะประเมินย่อย ขอบเขต ความรู้และทักษะที่กำหนด ในกรณีที่ผู้รับการประเมินผ่านไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ประเมินจะต้องแจ้งหน่วยสมรรถนะที่ไม่ผ่าน และให้ผู้รับการประเมินไปทบทวนสมรรถนะที่ยังไม่ผ่านและสามารถกลับมาทดสอบสมรรถนะใหม่อีกครั้ง วิธีการประเมิน 1. การประเมินผลการปฏิบัติงานจากแบบทดสอบภาคปฏิบัติ 2. ผู้ประเมินประเมินความรู้ โดยใช้ผลจากแบบทดสอบภาคทฤษฎี

ขอบเขต (Range Statement)

  
(ก) คำแนะนำ ไม่มี (ข) คำอธิบายรายละเอียด 1. ปัญหาและอุปสรรคอาจแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ ระยะทางสาย และลักษณะของบ้านลูกค้าส่งผลต่อระยะเวลาติดตั้ง 2. วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ เช่น Hook Bolt, Drop Wire Clamp, Span Clamp เป็นต้น 3. สายกระจายใยแก้วนำแสงอาจถูกติดตั้งจนถึงกล่องพักสาย (TB: Terminal Box) หรือถึงอุปกรณ์ปลายทาง (ONT: Optical Network) แล้วแต่ข้อกำหนดของแต่ละผู้ให้บริการ 4. วัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ เช่น Hook Bolt, Drop Wire Clamp, Span Clamp, Connector เป็นต้น 5. เครื่องมือที่ใช้ เช่น คีม ประแจเลื่อน มีด เครื่องมือเข้าหัวคอนเนคเตอร์ เป็นต้น 6. สวมใส่และติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็นในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพการทำงาน และเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549 7. กำหนดจุดปล่อยสาย มีผลให้การทำงานสะดวก ปลอดภัย และโอกาสที่สายจะเกิดเสียหายลดลง 8. ความเสียหายจากการลากสายได้แก่ แรงดึงที่เกินกว่าข้อกำหนดของผู้ผลิต รัศมีการโค้งงอของสายต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดของผู้ผลิต การถูกเสียดสี กดทับ หักงอ บิดตัว เป็นต้น 9. อุปกรณ์จับยึด เช่น Hook Bolt, Drop Wire Clamp, Span Clamp เป็นต้น และอาจถูกติดตั้งใหม่หรือใช้ของที่ติดตั้งอยู่เดิมก็ได้ ตามสภาพหน้างาน 10. เทคนิคและรูปแบบการเดินสายภายในบ้านอาจแตกต่างกันไปตามสภาพหน้างาน และมาตรฐานของผู้ให้บริการเช่น การเดินลอย ใช้ราง หรือร้อยท่อ เป็นต้น 11. อุปกรณ์ทำความสะอาดอาจจะเป็น Optical Fiber Connector Cleaner หรือใช้ Isopropyl Alcohol หรือ Ethyl Alcohol > 95% ทำความสะอาด 12. เผื่อสายกระจายใยแก้วนำแสงที่ปลายทั้งสองด้านตามมาตรฐานผู้ผลิตอุปกรณ์ หรือตามมาตรฐานผู้ให้บริการ 13. เข้าหัวคอนเนคเตอร์ที่ปลายสายกระจายใยแก้วนำแสงทั้งสองด้านตามชนิด เช่น SC/UPC SC/APC เป็นต้น และวิธีที่กำหนด เช่น วิธีที่ 1: ใช้ FA (Field Assembly)Connector วิธีที่ 2: ใช้ Splice-On Connector วิธีที่ 3: ใช้ Pigtail Fusion Splicing 14. วัดกำลังแสงจาก OLT ทั้งที่จุดต้นทางและปลายทางของสายกระจายใยแก้วนำแสง โดยต้นทาง วัดกำลังแสงที่ออกจากพอร์ตที่กำหนดในตู้พักปลายทาง และที่ปลายทางวัดกำลังแสงที่ปลายสายกระจายใยแก้วนำแสงที่เข้าหัวคอนเนคเตอร์แล้วโดยใช้ Optical Power Meter 15. วัดการสูญเสียของสัญญาณแสงของสายกระจายใยแก้วนำแสง โดยรวมคอนเนคเตอร์ทั้งสองด้าน 16. กำลังแสงที่ตู้พักปลายทางและที่บ้านลูกค้าต้องมีค่าไม่ต่ำกว่าที่ผู้ให้บริการกำหนด 17. ค่าการสูญเสียของสัญญาณแสงของสายกระจายใยแก้วนำแสงที่วัดได้ต้องไม่เกินกว่าค่าที่คำนวณ

หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

  ไม่ระบุ

อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

  ไม่ระบุ

รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

  วิธีการประเมินสามารถจำแนกได้ตามสมรรถนะย่อย ดังนี้ 1. สมรรถนะย่อย 20307.01 เตรียมการติดตั้ง ทดสอบโดยใช้ข้อสอบข้อเขียน ข้อสอบปฏิบัติ 2. สมรรถนะย่อย 20307.02 ต่อคอนเนคเตอร์สายกระจายใยแก้วนำแสง ทดสอบโดยใช้ข้อสอบข้อเขียน ข้อสอบปฏิบัติ 3. สมรรถนะย่อย 20307.03 เข้าหัวคอนเนคเตอร์ ทดสอบโดยใช้ข้อสอบข้อเขียน ข้อสอบปฏิบัติ 4. สมรรถนะย่อย 20307.04 ติดตั้งสายกระจายใยแก้วนำแสง ทดสอบโดยใช้ข้อสอบข้อเขียน ข้อสอบปฏิบัติ

รายละเอียด

ชื่อมาตรฐานอาชีพ :

สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์

  • สายงาน :
    สาขาการสื่อสารโทรคมนาคม(Telecommunication)
  • คุณวุฒิวิชาชีพที่ครอบคลุม (Professional Qualifications included) :
share
ตรวจแก้สายกระจายใยแก้วนำแสง ระดับ 2