หน่วยสมรรถนะ

วิเคราะห์ศักยภาพทางการตลาดด้านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์ สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์

รายละเอียด

รหัสหน่วยสมรรถนะ

ICT-ECW-7-002ZA

ชื่อหน่วยสมรรถนะ

  วิเคราะห์ศักยภาพทางการตลาดด้านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สร้างใหม่

  ✔

สำหรับชื่ออาชีพ และ รหัสอาชีพ (Occupational Classification)

  ที่ปรึกษาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ISOC 1220 ผู้จัดการด้านการขาย การตลาด และการพัฒนาธุรกิจภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ/เอกชน ISOC 2421 นักวิเคราะห์ด้านการบริหารและองค์การ ISOC 2511 นักวิเคราะห์ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสานสนเทศและการสื่อสาร ISOC 3514 ผู้เชี่ยวชาญด้านเว็บไซต์ ผู้ดูแลเว็บไซต์/เว็บมาสเตอร์

คำอธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)

  บุคคลที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ และเสนอทางเลือกการใช้ทรัพยากรสารสนเทศทางการตลาด

สำหรับระดับคุณวุฒิ

  7

กลุ่มอาชีพ (Sector)

  ไม่ระบุ

ชื่ออาชีพและรหัสอาชีพอื่นที่หน่วยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถ้ามี)

  กลุ่มวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและดิจิทัลคอนเทนต์ สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์

ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถ้ามี)

  ไม่ระบุ

สมรรถนะย่อยและเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Elements and Performance Criteria)

สมรรถนะย่อย

Element of Competency

เกณฑ์ในการปฏิบัติงาน

Performance Criteria

10121 วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

1.รวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย
2.วิเคราะห์ข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
3.จัดเรียงข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายตามลำดับความสำคัญ
4.จัดทำรายงานสรุปข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายตามลำดับความสำคัญ

10122 ประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ

1.ตรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานขององค์การ
2.ตรวจประเมินผลิตภัณฑ์สินค้า
3.ตรวจประเมินด้านการตลาด
4.ตรวจประเมินบุคลากรในองค์การ

10123 เสนอทางเลือกการใช้ทรัพยากรทางการตลาด

1.รวบรวมและวิเคราะห์ทรัพยากรทางการตลาดสำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ประกอบการ
2.เสนอช่องทางเลือกการใช้ทรัพยากรทางการตลาด

ความรู้และทักษะก่อนหน้าที่จำเป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)

  ไม่ระบุ

ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)

  
(ก) ความต้องการด้านทักษะ 1. ปฏิบัติการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย 2. ปฏิบัติการประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ 3. ปฏิบัติการเสนอทางเลือกการใช้ทรัพยากรทางการตลาด (ข) ความต้องการด้านความรู้ 1. วิเคราะห์การตลาด 2. การประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ 3. ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 4. การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการติดต่อสื่อสาร 5. การตลาดดิจิทัล

หลักฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)

  หลักฐานที่ต้องการจะกำหนดข้อแนะนำเกี่ยวกับการประเมิน และควรที่จะใช้ประกอบร่วมกันกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) และ ทักษะและความรู้ที่ต้องการ (Required Skills and Knowledge)
(ก) หลักฐานการปฏิบัติงาน (Performance Evidence) 1. เอกสารการประเมินการสัมภาษณ์ 2. แฟ้มสะสมผลงาน (ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence) 1. เอกสารผ่านการอบรมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ศักยภาพทางการตลาดด้านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2. เอกสารรับรองการผ่านการสอบข้อเขียนหรือผลการทดสอบความรู้
(ค) คำแนะนำในการประเมิน ประเมินเกี่ยวกับการวิเคราะห์ศักยภาพทางการตลาดด้านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยพิจารณาจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหลักฐานการปฏิบัติงานและหลักฐานด้านความรู้
(ง) วิธีการประเมิน 1. พิจารณาหลักฐานความรู้ 2. พิจารณาหลักฐานการปฏิบัติงาน

ขอบเขต (Range Statement)

  ขอบเขตอธิบายถึงขอบเขตของการปฏิบัติงาน และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ หรือสถานการณ์อื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อการทำงาน รวมถึงเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ทรัพยากรที่ใช้ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(ก) คำแนะนำ การวิเคราะห์ศักยภาพทางการตลาดด้านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้เข้ารับการประเมินจะต้องแสดงเกี่ยวกับการการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ และการเสนอทางเลือกการใช้ทรัพยากรทางการตลาด (ข) คำอธิบายรายละเอียด 1. การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์ข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การจัดเรียงข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายตามลำดับความสำคัญ และการจัดทำรายงานสรุปข้อมูลและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายตามลำดับความสำคัญ โดย การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายตามขั้นตอนของการใช้เครื่องมือ STP จะมีอยู่ 3 ส่วน คือ Segmentation หมายถึง การแบ่งส่วนตลาด โดยใช้หลักเกณฑ์การแบ่งเพื่อให้เห็นตลาดที่ชัดเจนก่อนที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถใช้ปัจจัยในการแบ่งส่วนตลาดดังนี้ - แบ่งตามหลักประชากรศาสตร์ (Demographic Segmentation) ซึ่งมีตัวแปรในการกำหนดส่วนตลาด คือ เพศ อายุ อาชีพ รายได้ การศึกษา เชื้อชาติ ศาสนา ขนาดของครอบครัว - แบ่งตามหลักภูมิศาสตร์ (Geographic Segmentation) เป็นการวิเคราะห์พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายว่าพื้นที่ในการทำการตลาดหรือขายผลิตภัณฑ์ควรเป็นที่ใด โดยมีตัวแปรในการแบ่งคือ ประเทศ ภูมิภาค จังหวัด พื้นที่ในจังหวัด เช่น ใจกลางเมือง หมู่บ้าน ชนบท - แบ่งตามหลักจิตวิทยา (Psychographic Segmentation) แบ่งส่วนตลาดจากกลุ่มประชากรโดยใช้หลักจิตวิทยา มีตัวแปรที่ใช้ในการแบ่ง คือ รูปแบบการดำเนินชีวิต ค่านิยม บุคลิกของผู้ใช้ ชนชั้นทางสังคม - แบ่งตามหลักพฤติกรรมศาสตร์ (Behavior Segmentation) ศึกษาถึงพฤติกรรมการใช้ของตลาดเป้าหมาย โดยมีตัวแปรที่ใช้ในการวัดผล คือ โอกาสของการใช้ ความถี่ในการใช้ อัตราการใช้ ประโยชน์ที่ได้รับจากสินค้า ความภักดีต่อสินค้า Targeting หมายถึง การกำหนดตลาดเป้าหมายโดยพิจารณาว่าตลาดเป้าหมายโดยมีขั้นตอนในการเลือกตลาดเป้าหมายดังนี้ 1. ประเมินสถานการณ์ตลาด โดยพิจารณาถึงขนาดของตลาด ความยากง่ายในการเข้าตลาด จำนวนคู่แข่งในตลาด ความรุนแรงทางการแข่งขันในตลาด ผู้นำตลาดคือใคร 2. เลือกตลาดเป้าหมาย โดยการเลือกตลาดจะต้องมีความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ โดยวิธีเลือกตลาดจะมีดังนี้ 2.1 มุ่งตลาดเฉพาะส่วนโดยใช้ผลิตภัณฑ์เดียว โดยมีสินค้าหรือบริการเพียงอย่างเดียวเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายเดียวเท่านั้น การดำเนินธุรกิจในตลาดเฉพาะส่วนจะใช้ต้นทุนต่ำแต่มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน 2.2 มุ่งตลาดหลายส่วนโดยใช้หลายผลิตภัณฑ์ ธุรกิจจะมีสินค้าหรือบริการหลายอย่างที่สามารถตอบสนองให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม โดยแต่ละตลาดจะมีความต้องการที่ต่างกัน ดังนั้นกลยุทธ์ที่ใช้จะต้องมีหลายกลยุทธ์เพื่อความสอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 2.3 มุ่งตลาดหลายส่วนโดยใช้ผลิตภัณฑ์เดียว อาศัยจุดเด่นหรือความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวแต่กระจายผลิตภัณฑ์ไปยังหลายๆตลาด อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ในการดำเนินการก็ย่อมเปลี่ยนไปตามกลุ่มลูกค้าด้วย 2.4 มุ่งตลาดส่วนเดียวโดยใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิด เจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายเพียงตลาดเดียวโดยศึกษาความต้องการของตลาดนั้นและนำสินค้าหรือบริการตอบสนองความต่อความต้องการในนั้น 2.5 มุ่งตลาดรวม เป็นการขายสินค้าหรือบริการหลายประเภทให้กับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะเป็นประเภทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่เฉพาะเจาะจงกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการจัดการและทำการตลาด Positioning หมายถึง การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ โดยจะต้องมีการพิจารณาเรื่องจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ความทนทาน รูปลักษณ์ รูปแบบ ราคาของผลิตภัณฑ์ การใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ การซ่อมแซมสามารถทำได้ง่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันในตลาดว่าเรามีอะไรที่ดีกว่าหรือด้อยกว่า เมื่อวิเคราะห์เสร็จสิ้นเราจะสามารถทราบได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ในตำแหน่งใดในตลาด หรืออาจสร้างแผนภาพเพื่อให้เห็นตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 2. การประเมินศักยภาพผู้ประกอบการ ประกอบด้วย การตรวจประเมินโครงสร้างพื้นฐานขององค์การ การตรวจประเมินผลิตภัณฑ์สินค้า การตรวจประเมินด้านการตลาด และตรวจประเมินบุคลากรในองค์การ โดยขั้นตอนการตรวจสอบมีดังนี้ 2.1 ศึกษาข้อมูลของผู้ประกอบการจากเอกสารรายงานประจำปี ข้อมูลการดำเนินงานที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติงานขององค์การ 2.2 ตรวจประเมินศักยภาพมี 5 ด้าน ประเมินโครงสร้างพื้นฐานขององค์การ ได้แก่ การจัดการความรู้ในองค์การ การลงทุนในบริการและโครงการพื้นฐาน เป็นต้น การประเมินผลิตภัณฑ์สินค้า ได้แก่ การเพิ่มพูนค่าและคุณภาพของสินค้า และรูปแบบการขายสินค้า ช่องการสั่งซื้อสินค้า ช่องทางการชำระเงิน เป็นต้น การประเมินด้านการตลาด ได้แก่ การตอบสนองต่อความผันผวนของราคา ความสม่ำเสมอของปริมาณสินค้าที่จะขาย การจัดส่งสินค้า และบริการหลังการขาย เป็นต้น และการประเมินบุคลากรในองค์การ ได้แก่ ความสามารถของบุคลากร ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นต้น 3. ประเมินศักยภาพ หมายถึง การประเมินความสามารถสูงสุดของบุคคลนั้นหรือองค์การในการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ โดยนำมาเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 4. การเสนอทางเลือกการใช้ทรัพยากรทางการตลาด โดยการรวบรวมและวิเคราะห์ทรัพยากรทางการตลาดสำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ประกอบการ และนำเสนอช่องทางเลือกการใช้ทรัพยากรทางการตลาด 5. ทรัพยากรทางการตลาด ได้แก่ ช่องทางในการจำหน่ายร่วมกัน หน่วยงานขาย คลังสินค้า การชำระเงินในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดส่งสินค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้ามี)

  ไม่ระบุ

อุตสาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชีพร่วม (ถ้ามี)

  ไม่ระบุ

รายละเอียดกระบวนการและวิธีการประเมิน (Assessment Description and Procedure)

  18.1 เครื่องมือการประเมิน 1. แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 2. แบบประเมินการสัมภาษณ์ 3. แบบประเมินแฟ้มสะสมงาน ดูรายละเอียดจากคู่มือการประเมิน 18.2 เครื่องมือการประเมิน 1. แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 2. แบบประเมินการสัมภาษณ์ 3. แบบประเมินแฟ้มสะสมงาน ดูรายละเอียดจากคู่มือการประเมิน 18.3 เครื่องมือการประเมิน 1. แบบทดสอบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก 2. แบบประเมินการสัมภาษณ์ 3. แบบประเมินแฟ้มสะสมงาน ดูรายละเอียดจากคู่มือการประเมิน

รายละเอียด

ชื่อมาตรฐานอาชีพ :

สาขาวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และดิจิทัลคอนเทนต์

  • สายงาน :
    สาขาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์
  • คุณวุฒิวิชาชีพที่ครอบคลุม (Professional Qualifications included) :
share
วางแผนกลยุทธ์ในการให้บริการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และด้านการตลาดดิจิทัล
ให้คำปรึกษาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์